พรบ.นิรโทษกรรม “กรรมอุกฤษ” เปลว สีเงิน

“ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว ท่าน ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน?”
ที่ถาม ไม่ใช่เพราะห่วงอายุ-ห่วงวัยท่าน แต่อยากรู้ด้วยสงสัยว่า “คนระดับท่าน” อีกไม่เกิน ๒๐ ปีก็จะครบศตวรรษ คลานจากหิ้งปูชนียบุคคล ลงมารับบท “หน้าม้ากฎหมาย” ให้กับขบวนเผาบ้าน-เผาเมือง ที่มีเป้าหมายเปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบัน เพื่อประโยชน์อันใด?
กระผมฟังท่านแถลงวานซืน ท่านอวดสรรพคุณตัวท่านว่า เป็นนักกฎหมาย เป็นประธานสภานิติบัญญัติมาแล้ว ๖-๗ ครั้ง กระผมก็เลื่อมใส-ศรัทธาอยู่
แต่ไม่เข้าใจ อดีตประมุขสถาบันนิติบัญญัติต่างกรรม-ต่างวาระหลายสมัย ทำไมจึงดูเหี้ยนกระหือรือ ใช้ความรู้ทางกฎหมายสนองตอบ “การเมืองระบอบทักษิณ” ชนิดสุดลิ่มทิ่มข้างหลังขนาดนั้น?
และด้วยความเป็นดอกเตอร์อังดรัวต์ จนครั้งหนึ่ง บารมีสูงถึงระดับ “ผู้ชี้ขาดผิด-ถูกทางกฎหมาย” ให้สังคมไทยยึดถือ แต่วันนี้ กลับคลานลงต่ำ ทำหน้าที่ “ธงนำไพร่” ให้ระบอบทักษิณ การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้รัฐสภาปั๊มออกมาเป็นกฎหมาย “ฟอกโจร” นั้น….
ท่านบอกว่า “ให้ถือเป็นวาระเร่งด่วน พิจารณา ๓ วาระรวด ๓๐-๔๕ วัน ประกาศใช้ได้เลย” นั้น ผมมีความข้องใจจะขอประทานกราบเรียนถามท่านว่า
“เร่งด่วนของใคร และเพื่อใครมิทราบ?”
ถ้าระดับอดีตประธานสภานิติบัญญัติ ๖-๗ สมัยบอกว่า เร่งด่วนของพวกรัฐบาล นปช. พวกระบอบทักษิณ และเพื่อตัวทักษิณ นั่นก็แล้วไป กระผมก็จะหายสงสัย
แต่ถ้าใต้เท้าบอกว่า เร่งด่วนเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองละก็ ผมขอประทานกราบเรียนด้วยความเคารพว่า…ท่านอย่าเสือกดีกว่า!
เพราะนี่…ไม่เร่งด่วน เพื่อประชาชนและเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองตรงไหนเลย ประชาสังคมผู้สุจริตทั้งหลาย ที่เคยอ่านนิทานเรื่อง “ความหวังดีของจิ้งจอก” ต่างใช้บทเรียนนั้นบอกว่า นี่…เป็นความหวังดีที่ไม่ต้องการ และไม่ได้เรียกร้องให้ใครมาเจ้ากี้-เจ้าการกับเรื่องที่อัปรีย์สีกระบาลเช่นนี้
กระผมในฐานะผู้ถือหุ้นประเทศเท่ากับใต้เท้า เท่ากับทุกคนที่เป็นคนไทย ขอประทานกราบเรียนด้วยสิทธินี้ว่า ความหวังดีของใต้เท้า เป็นความหวังดีแบบ “บัวบังใบ” ที่ใต้เท้าพูดโอ่อ่าเยี่ยงวิญญูชนว่า…เพื่อประชาชนนั้น ประชาชนของใต้เท้าคือใคร
อ่านเพิ่มเติม

Advertisements

ถึงยุค ‘คนดีตาย-คนชั่วร้ายอยู่’ เปลว สีเงิน

อืมมมม…เห็นแล้วขื่นในอก คณะชาวนาจากสิงห์บุรี ไปเป็นครูสอนทำนาให้พี่น้องไทยมุสลิมที่ ๓ จังหวัดใต้ ถึงไม่ใช่หน้าที่ แต่เพื่อพี่น้องไทยด้วยกัน เขาก็ยินดีไปสอนวิธีทำนาให้คนในพื้นที่ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี ชนิดไม่มี “ชาวนา” คนไหนเกี่ยงจนต้องจับสลากไป และเขาไปกันด้วยใจมุ่งมั่นบริสุทธิ์ ไม่มีการเสือกหน้าให้เป็นข่าวทางโทรทัศน์ แต่รางวัลแห่งความดีงามที่เขาได้รับคือ
ถูกโจรในพื้นที่ยิงตาย ๒ เจ็บอีก ๑๐!
ครับ…นั่นเมื่อ ๑ กุมภาที่ผ่าน ผมดูข่าวโทรทัศน์ เขาถ่ายให้เห็นตีนผอมดำ เปลือยเปล่า มอมแมมดินโคลน ของครูชาวนาที่นอน “ไร้ค่า-ไร้ราคา” กลางถนนหลวงสาย ๔๒ นราธิวาส-ปัตตานี อำเภอยะหริ่ง ปัตตานี
ถ้าอยู่ตรงนั้นด้วย ผมจะก้มลงจูบตีนเปลือยเปล่าคู่นั้น และจะกราบลงที่พื้น บูชาตีนที่สูงส่งล้ำค่าบนความเป็น “คนเพื่อแผ่นดิน” ของครูชาวนาท่านนั้น
“เสน่ห์ ขุนเณร” คือเจ้าของตีนเปลือยเปล่ากลางถนนคู่นั้น และอีกท่านไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลคือ “คุณเอกรินทร์ หอมเชย” จากสิงห์บุรี มาเป็นครูสอนวิธีทำนาให้กับพี่น้องไทยมุสลิมที่ปัตตานีด้วยกัน
เขาไร้ยศ ไร้ศักดิ์ ไร้ฐานันดร แต่เขาคือชาวนาผู้ยิ่งใหญ่ “ตีนกับหัวใจ” มีไว้เพื่อเอื้อทุกข์-เอื้อสุขกับพี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ ไม่มีเงื่อนไข ไม่เกี่ยงงอนใดๆ หัวใจที่จะให้ เหนือ “ความตาย” อันยากหาจากกลุ่มบุคคลใด
ในแผ่นดินทุรยุค! อ่านเพิ่มเติม