10 เหตุผลที่ควรซื้อหุ้นไทย

TSI Thailand Securities Institute

ถึงแม้ว่าปีนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยจะไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านมา แถมตลาดหุ้นยังคงผันผวนเหมือนเดิม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านักลงทุนจะถอนเงินลงทุนจากหุ้นไปหาสินทรัพย์ลงทุนอื่นๆ ตรงกันข้ามเสน่ห์หุ้นไทยยังมี และสามารถสร้างผลตอบแทนได้น่าประทับใจ วันนี้จึงมี 10 เหตุผลที่นักลงทุนควรลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อไป
อ่านเพิ่มเติม

สแกนหุ้นได้-เสียจากค่าเงินบาทแข็ง

เงินบาท

การแข็งค่าของเงินบาทมีผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการนำเข้า และสัดส่วนการส่งออก โดยธุรกิจที่เน้นนำเข้าวัตถุดิบนั้นเมื่อเงินบาทแข็งค่าก็จะมีค่าใช้จ่ายถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินบาท ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจส่งออกเมื่อเงินบาทแข็งค่าจะทำให้รายได้ลดลงเมื่อนำรายได้ที่เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มาแลกเป็นเงินบาท

ขณะที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ปัจจุบัน ซึ่งมีกว่า 500 บริษัทก็มีการทำธุรกิจที่หลากหลาย “ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลจากบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ ถึงผลกระทบเชิงบวกและผลกระทบด้านลบ ที่บจ.ได้รับจากเงินบาทที่แข็งค่า

โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ระบุว่า ในขณะนี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อกลยุทธ์การลงทุนต่อหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็ง ซึ่งปัจจุบันให้น้ำหนักการลงทุนน้อยเพราะปัจจัยเศรษฐกิจโลกกดดัน เช่น ในกลุ่มผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ ส่งออกอาหารสัตว์บก-ทะล ส่งออกยาง เพราะผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มักจะมีการตกลงราคาขายล่วงหน้าไว้จำนวนหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ตาม บล.ฟิลลิปฯ มองว่าหากเงินบาทยังคงแข็งค่ายาวนานกว่านี้ก็จะทำให้สูญเสียความได้เปรียบการแข่งขันและอาจจะตกลงทำสัญญาราคาล่วงหน้ายากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม

VI Value Investor การลงทุนแบบเน้นคุณค่า อาชีพใหม่ที่มาแรง

ระยะหลังกระแสเรื่องอาชีพการเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นแบบเต็มตัวของกลุ่มคนรุ่น ใหม่กำลังมาแรง แบบว่าเรียนจบมาไม่นานก็กลายเป็นนักลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นหลักร้อยล้าน พันล้านบาท โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดหุ้นไทยกำลังรุ่งโรจน์โชติช่วง อย่างในช่วงปี 2555 ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นถึงกว่า 35% (สิ้นปี 2554 อยู่ที่ 1,025 จุด สิ้นปี 2555 ดัชนีอยู่ที่ 1391.93 จุด) จากเมื่อต้นปีมาร์เก็ตแคปประมาณ 8 ล้านล้านบาท สิ้นปี 2555 มาร์เก็ตแคปพุ่งเฉียด 11 ล้านล้านบาท ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดหุ้นที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุดในโลก ขณะที่นักลงทุนบางคนสามารถสร้างผลตอบแทนมากกว่า 100% เลยทีเดียว

ทำให้วันนี้การลงทุนในตลาดหุ้นถือเป็นอาชีพที่กำลังมาแรงของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เรียนจบแพทย์ วิศวะ การเงิน ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในการศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปัจจุบันมีนักลงทุนขาใหญ่หน้าใหม่ๆ ในตลาดหุ้นเกิดขึ้นมากมาย ควบคู่ไปกับกระแสความแรงของนักลงทุน “วีไอ” (value investor) ที่มีปรัชญาการลงทุนโดยให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” หรือ “มูลค่า” ของกิจการเป็นหลัก โดยอาศัยความรู้ความสามารถศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ “ตัวธุรกิจ” ของบริษัทที่จะเข้าไปซื้อหุ้น เพื่อลงทุนแบบระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปรัชญาการลงทุนแบบ “วีไอ” ยังต้องพิจารณาข้อมูลด้านอื่นๆ ประกอบอีกมากมาย อย่างที่นักลงทุนเน้นคุณค่าอันดับหนึ่งอย่าง “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ระบุว่า ปัจจัยในการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนของตัวเองประกอบด้วย

1.เป็นธุรกิจที่มีอนาคตหรือไม่
2.อยู่ในฐานะผู้นำตลาดหรือไม่ หากเป็นที่ 1 ก็ต้องดูด้วยว่าทิ้งอันดับ 2 มากแค่ไหน
3.ฐานะของกิจการ เช่น มีความสามารถสร้างกำไรปีละเท่าไหร่ มีหนี้สินหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม