เตือนตรวจสอบสิทธิก่อนเสียภาษี สรรพากรขยายเวลาเพิ่มถึง 9 เม.ย.

ภาษี

เหลือเพียงอีก 1 เดือนเศษเท่านั้น ที่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ต้องยื่นแบบและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนด เพื่อให้การทำหน้าที่ของ “คนไทย” ครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์และไม่ถูกตราหน้าได้ว่าเป็น “คนเลี่ยงภาษี” โดยในปีนี้กรมสรรพากรได้ขยายสิทธิการยื่นแบบและชำระภาษีออกไปโดยผู้ที่ยื่นแบบผ่านทางอินเทอร์เน็ตจะได้สิทธิยื่นจนถึงวันที่ 9 เม.ย. 56 แต่หากเป็นการยื่นด้วยกระดาษจะยื่นได้จนถึงวันที่ 1 เม.ย. 56

แม้ว่าในความเป็นจริงของสภาพสังคมไทยในปัจจุบันแล้ว คนที่เสียภาษีถูกต้องครบทั้ง 100% แทบหาได้ยากเต็มทีโดยเฉพาะ “คนรวย” ที่มักมีช่องทางในการหลบเลี่ยงภาษีกันอยู่แล้ว โดยอาจเป็นไปด้วยความ “รู้มาก” หรือเป็นไปด้วยความที่ว่า “กฎหมายเปิดช่อง” ให้ก็ตาม! ขณะที่คนที่มีรายได้น้อยหรือบรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายต่างทำหน้าที่ของผู้เสียภาษีอย่างถูกต้อง…

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ ทางด้านภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งผู้เสียภาษีบางคนอาจยังไม่รู้ถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือค่ายกเว้นค่าลดหย่อน ดังนั้นในสัปดาห์นี้ “ทีมเศรษฐกิจเดลินิวส์” จึงได้รวบรวมข้อมูลรายละเอียดของสิทธิด้านภาษี ทั้งค่าลดหย่อน ทั้งการยกเว้นภาษี เพื่อเป็นข้อมูลในระดับหนึ่งก่อนให้กับผู้เสียภาษี ก่อนที่ยื่นแบบและเสียภาษีตามหน้าที่ของตัวเอง

มีเงินได้ต้องเสียภาษี

ที่สำคัญ…ยังเป็นข้อมูลด่านแรกที่ทำให้ผู้เสียภาษีไม่ต้องพบกับเหตุการณ์ “การเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง” หรือ “การเรียกเก็บภาษีเพิ่ม” หรือแม้แต่ “การเรียกคืนภาษี” จากกรมสรรพากรได้ในระดับหนึ่งด้วย โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 55 นั้น ต้องเป็นผู้มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปี 55 ที่ผ่านมา โดยมีสถานะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้ บุคคลธรรมดา, ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล, ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี, กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และวิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล

ส่วนการยื่นแบบภาษีนั้น หรือเรียกว่า “ภ.ง.ด.” ที่ย่อมาจาก ภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะเป็น “ภ.ง.ด. 90” คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป เช่น รายได้จากการมีทรัพย์สินให้เช่า การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือมีกิจการเป็นของตัวเอง หรือ “ภ.ง.ด. 91” คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ต้องยื่นแบบฯในระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค.ของทุกปี

ความหมายของเงินได้พึงประเมิน

ตามกฎหมายแล้ว…เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ “เงินได้พึงประเมิน” หมายถึง เงินได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่ เงิน, ทรัพย์สิน ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินที่ได้รับจริง, ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน, เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้ และเครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีภาษี จะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ก็ต่อเมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเมื่อคำนวณภาษีแล้วจะมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติมหรือไม่

มีลูกหักลดหย่อนได้คนละ 1.5 หมื่นบ.

ขณะเดียวกัน ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนในรายการต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้นหลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การหักลดหย่อนในกรณีทั่วไป สำหรับผู้มีเงินได้ 30,000 บาท หรือสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท, การหักลดหย่อนบุตร ให้หักสำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ คนละ 15,000 บาท แต่รวมกันไม่เกิน 3 คน และอายุไม่เกิน 25 ปี หากยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษาเฉพาะภายในประเทศ ก็ลดหย่อนเพื่อการศึกษาได้อีกคนละ 2,000 บาท

เบี้ยประกันได้ไม่เกินแสนบาท

ส่วนเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ส่วนแรกหักได้ 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท หักได้ไม่เกินเงินได้แต่ไม่เกิน 90,000 บาท, เงินสะสม ที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท, ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หักได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกบข. (ถ้ามี) แล้วไม่เกิน 500,000 บาท และค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท

ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านได้ 1 แสนบาท

สำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืม การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท, เงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท, ค่าลดหย่อนบิดามารดา กรณีผู้มีเงินได้และคู่สมรสที่มีเงินได้รวมคำนวณภาษี หรือคู่สมรสไม่มีเงินได้ อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ 30,000 บาท, ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ที่เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการคนละ 60,000 บาท

ช่วยสังคมหักลดหย่อนได้ 2 เท่า

เงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา ได้แก่ เงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา มีสิทธิหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินคงเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นแล้ว, การยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการบริจาคเงินให้แก่กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น, เงินบริจาค เมื่อหักลดหย่อนต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับ เงินบริจาค เงินบริจาคที่หักค่าลดหย่อนได้นั้นผู้มีเงินได้ต้องบริจาคเป็นเงินให้แก่การกุศลสาธารณะ โดยหักได้เท่าจำนวนเงินที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ

การหักลดหย่อนในกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี การหักลดหย่อนผู้มีเงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ 60,000 บาท แต่ถ้าความเป็นสามีหรือภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี หรือภริยาแยกคำนวณเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ต่างหากจากสามี ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท และสำหรับการหักลดหย่อนบุตรและค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้อื่น ให้ต่างฝ่ายต่างหักได้ครึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณีเฉพาะในปีภาษีนั้น

ยื่นไม่ครบเจอเงินเพิ่ม-ค่าปรับ

อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียภาษีจ่ายภาษีไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด จะต้องถูกเรียกเก็บ ’เงินเพิ่ม“ ตามกฎหมายในอัตราเดือนละ 1.5% และถ้าเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกและพบว่าผู้เสียภาษีไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้ หรือเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือต่ำกว่าจำนวนที่ต้องเสียแล้วละก็ ต้องเสีย ’ค่าปรับ“ เพิ่มอีก 1 เท่าหรือ 2 เท่า ของเงินภาษีที่ต้องชำระอีกด้วย

สรรพากรแจงพร้อมบริการ

ทั้งนี้ ’จิตรมณี สุวรรณพูล“ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากรบอกว่า ปัจจุบันกรมสรรพากรพร้อมให้บริการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้ง ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 หลากหลายช่องทาง ทั้งการยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ และทางอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีได้รับความพึงพอใจ และเป็นช่องทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด และยังได้รับสิทธิขยายเวลายื่นได้จนถึงวันที่ 9 เม.ย. 56

ส่วนการยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นและชำระภาษีเงินได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทั่วประเทศ หรือธนาคารพาณิชย์ไทย และเฉพาะสำหรับผู้ที่มีภูมิลำเนาในเขตกทม.จะเลือกยื่นแบบแสดงรายการทางไปรษณีย์ พร้อมกับชำระภาษี ด้วยการแนบเช็คหรือธนาณัติส่งเท่านั้น ได้จนถึงวันที่ 1 เม.ย. 56

นอกจากนี้ กรมสรรพากรได้มีนโยบายชัดเจนที่จะขยายเครือข่ายและสร้างนวัตกรรมการบริการเรื่องภาษีอากรร่วมกับภาคเอกชน ธนาคาร ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกความต้องการของผู้เสียภาษี ทั้งในส่วนของบริการที่ดีและการปฏิบัติดุจเป็นหุ้นส่วนในกิจการเดียวกัน

ท้ายที่สุดนี้ “ทีมเศรษฐกิจเดลินิวส์” ขอให้ผู้เสียภาษีทุกคนตรวจสอบข้อมูลและสิทธิต่าง ๆ เพื่อลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วนอีกครั้ง โดยศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิและยังได้ช่วยทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป.

ทีมเศรษฐกิจ เดลินิวส์