5 เทคนิคซื้อทองคำให้รวย

ทองคำแท่ง

ควันหลงจากเทศกาลตรุษจีน ก็คือ ทองคำ เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง นอกจากทองคำจะสามารถนำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับแล้ว หลายคนยังนิยมซื้อทองคำเพื่อการลงทุน แต่ใช่ว่า ทุกคนที่ลงทุนทองคำจะได้กำไร เพราะหากลงทุนผิดจังหวะ หรือผิดวิธีก็อาจขาดทุนได้ เราจึงมี 5 เทคนิคซื้อทองให้รวยมาฝากกันค่ะ

1. เลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง หากต้องการลงทุนทองคำ ปัจจุบันมีเครื่องมือในการลงทุนหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ กองทุนทองคำ และ Gold Futures

ทองคำแท่ง นับเป็นรูปแบบการลงทุนที่หลายคนคุ้นเคย โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ส่วน ทองรูปพรรณ อาจไม่เหมาะกับการลงทุนมากนัก เพราะ ทองรูปพรรณ มีการคิดค่ากำเหน็จ ซึ่งจะทำให้กำไรจากการลงทุนลดน้อยลงไปได้ แต่ก็มีข้อดีคือ สามารถนำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับ ข้อควรระวังหลักของการลงทุน ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ คือ การเก็บรักษา เพราะมีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะสูญหายได้

ส่วน กองทุนทองคำ นั้นเป็นรูปแบบการลงทุนที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถซื้อขายได้ง่าย ไม่ว่าจะซื้อผ่านธนาคารที่เป็นตัวแทนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือผ่านอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังปลอดภัยไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษา และมีโอกาสได้รับเงินปันผล (กรณีที่กองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผล) โดยการลงทุนกองทุนทองคำเหมาะกับนักลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่วน Gold Futures หรือ สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า จัดเป็น การลงทุนทองคำ ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดใน การลงทุนทองคำ ทั้ง 4 รูปแบบ เนื่องจากเป็นการลงทุนใน สัญญาอนุพันธ์ ที่ราคาของ Gold Futures จะเปลี่ยนแปลงตามราคาทองคำ เมื่อราคาทองคำมีการเคลื่อนไหว ราคาของ Gold Futures จะเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนที่มากกว่า โดยสามารถทำกำไรได้ทั้งในช่วงราคาทองคำเป็นขาขึ้นและราคาทองคำขาลง และเหมาะกับนักเก็งกำไรระยะสั้น

2. ตั้งเป้าหมาย การลงทุนทองคำอาจแบ่งได้เป็นการลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ในการลงทุนระยะสั้น การติดตามแนวโน้มทางเทคนิคของราคาทองคำเป็นสิ่งสำคัญ หากราคาทองคำมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เรายังคงสามารถถือลงทุนทองคำต่อได้ แต่หากราคามีแนวโน้มเป็นขาลง หรือหลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิค เราอาจจะต้องตัดใจขายทองคำในราคาที่ขาดทุนออกไปก่อน เพราะหากถือต่อไปจะทำให้ไม่มีเงินสด เพื่อซื้อลงทุนรอบใหม่ได้ ส่วนผู้ที่ตั้งใจลงทุนระยะยาว หากราคาทองคำปรับตัวขึ้น ก็ต้องตั้งมั่นและถือทองคำให้ได้ตามเป้า โดยไม่รีบขายทองคำออกไป ส่วนเมื่อราคาทองคำปรับลดลง ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ซื้อทองคำในราคาที่ถูกลง อีกหนึ่งเทคนิคที่ผู้ลงทุนทองคำระยะยาวควรใช้คือ การซื้อทองคำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน (Dollar Cost Averaging) เพื่อถัวเฉลี่ยราคา และลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้ค่ะ

3. กำหนดสัดส่วนเงินลงทุนในทองคำ แม้หลายคนจะรู้สึกว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย สามารถทยอยซื้อสะสมได้อย่างต่อเนื่อง แต่จริงๆ แล้ว ทองคำถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งนับว่ามีความเสี่ยงที่สูง ดังนั้น สัดส่วนเงินที่ลงทุนในทองคำควรมีไม่เกิน 5-10% ของเงินลงทุน หากเราไม่ได้มีการกันเงินเพื่อลงทุนในทองคำอย่างชัดเจน อาจทำให้มีสัดส่วนเงินลงทุนในทองคำมากจนเกินไป ซึ่งทำให้พอร์ตลงทุนของคุณมีความเสี่ยงสูงกว่าที่คาดไว้

4. ติดตามข่าวสารข้อมูล หลากหลายปัจจัยที่มีผลกับการขึ้นลงของราคาทองคำ เช่น การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ภาวะเศรษฐกิจโลก ความต้องการใช้ทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับ แนวโน้มทางเทคนิคของราคาทองคำ เป็นต้น หากคิดอยากลงทุนทองคำให้ได้กำไร เราควรติดตามปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกับราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรค่ะ

5. ปรึกษาผู้รู้ แม้เราจะรู้สึกคุ้นเคยกับการลงทุนทองคำ แต่ปัจจุบันราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวน ยิ่งใครที่ลงทุนทองคำในช่วงนี้ จะรู้สึกว่าทำกำไรจากทองคำได้ยากขึ้น ดังนั้น การปรึกษาหรือสอบถามกับผู้มีความรู้เรื่องการลงทุนทองคำจะช่วยให้เราทำกำไรจากทองคำได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้ที่ลงทุนใน Gold Futures สามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่การตลาดที่ให้การดูแลค่ะ สำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุนทองคำ สามารถปรึกษาได้ที่ K-expert ทุกสาขา  และเว็บบอร์ดในเว็บไซต์ K-Expert