พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ร้อง กกต. จี้สอบ “ดุสิตโพล” ชี้นำ-ส่อฮั้วรัฐบาลหาเสียง

เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส

“เสรีพิศุทธ์” ส่ง “ประพันธ์” ยื่นคำร้อง กกต.กทม. สอบสวนดุสิตโพล เหตุชี้นำ-ขัดความจริง มีผลประโยชน์ทับซ้อน รับงานรัฐบาล 141 ล้าน ส่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยหาเสียง ไม่เป็นธรรม ด้าน ปธ.กกต.กทม. เผยเตรียมพิจารณาร่วมกับอีก 2 คำร้อง เข้าที่ประชุมพรุ่งนี้ ส่วนเคส “ศิริโชค” โพสต์ภาพแดงเผารถเมล์หากหมิ่นไปฟ้องร้องอาญา ถ้าเข้าข่ายผิด กม.เลือกตั้งท้องถิ่นก็ร้องมาได้

วันนี้ (7 ก.พ.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ นายประพันธ์ คูณมี ผู้แทนของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อ พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ขอให้ตรวจสอบการนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เนื่องจากมีพฤติกรรมการทำโพลที่เป็นลักษณะชี้นำ และขัดต่อความเป็นจริง

โดยนายประพันธ์ กล่าวว่า จากการนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กทม. ในหัวข้อ เจาะลึกการตัดสินใจเลือก ผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยผลสำรวจของประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจที่จะเลือกผู้สมัครรายใด เป็นผู้ว่าฯ กทม. เพียง 13.93 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขัดแย้งกับสำนักโพลอื่นๆ ที่มีการนำเสนอผลสำรวจของประชาชนอยู่ที่ 48-50 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งการตั้งคำถามดังกล่าวของสวนดุสิตโพล ยังเป็นการตั้งคำถามที่ชี้นำ และเสนอผลที่ขัดต่อหลักความเป็นจริง เนื่องจากยังมีระยะในการหาเสียงให้ประชาชนได้รับทราบถึงนโยบายของผู้สมัครแต่ละรายประมาณ 30 วัน ประเด็นดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 57 (5) ที่ระบุว่า หลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในตัวผู้สมัคร

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานดำเนินงานสวนดุสิตโพล มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาล เนื่องจากเคยไปรับงานจากกระทรวงมหาดไทย ในเวทีสานเสวนา 108 เวที มีงบประมาณ 168 ล้านบาท และงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รวมวงเงินกว่า 141 ล้านบาท ทั้งนี้ตนมองว่ารัฐบาลได้ใช้เครื่องมือในหน่วยงานของรัฐมาช่วยผู้สมัครหาเสียง ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครอิสระ หากรวบรวมข้อเท็จจริงแล้วเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง จะเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า จะนำคำร้องดังกล่าวรวมพิจารณากับคำร้องที่ได้ยื่นก่อนหน้านี้ จำนวน 2 คำร้อง เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำผลสำรวจเหมือนกัน และนำเข้าที่ประชุม กกต.กทม. ในวันที่ 8 ก.พ. เวลา 09.00 น. เพื่อพิจารณา ถ้าหากเห็นมีประเด็นที่เข้าองค์ประกอบก็จะรับไว้เป็นคำร้อง และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่ส่วนข้อเท็จจริง อาจจะมีการเชิญเจ้าของสำนักโพลที่ถูกร้องมาชี้แจง ถึงกระบวนการและวิธีการการจัดทำโพล แต่หากเจ้าของสำนักโพลไม่มาตามคำเชิญ กกต.กทม.ก็จะดำเนินการพิจารณาไต่สวนเพียงฝ่ายเดียว และถ้าเข้าองค์ประกอบโดยผิดหลักกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น จะดำเนินคดีอาญาต่อไป อย่างไรก็ตามหากการจัดทำโพลล์มีการเชื่อมโยงกับผู้สมัครรายใด จะส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ของ กกต.กลาง ดำเนินตรวจสอบต่อไป และถ้าพบว่ามีผู้สมัคร หรือผู้สนับสนุนของผู้สมัครเกี่ยวข้องก็อาจทำให้ผู้สมัครถูกใบเหลืองใบแดงได้

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ กล่าวถึงกรณีการโพสต์ภาพเหตุการณ์เผารถเมล์ของคนเสื้อแดง ผ่านเฟซบุ๊คของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ว่า ต้องมีการพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดทางอาญา ฐานหมิ่นประมาททางโฆษณา ทางฝ่ายผู้เสียหายก็ต้องไปฟ้องร้องกันทางคดีอาญา แต่ถ้าเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ก็อาจจะเข้าข่าย มาตรา 57 (5) โดยผู้เสียหายต้องเข้ามาร้องเรียนกับ กกต.กทม. เพื่อให้มีดำเนินการตรวจสอบต่อไป ส่วนที่จะให้ กกต.กทม. พิจารณาตรวจสอบการกระทำดังกล่าวด้วยความปรากฎนั้น เป็นเรื่องที่ กกต.กลาง สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเองได้เลย จะสะดวกมากกว่า หรือ กกต.กทม. จะเป็นผู้เสนอความปรากฎให้กับ กกต.กลาง เพื่อพิจารณาได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่เห็นภาพดังกล่าวที่มีการโพสต์ จึงไม่สามารถจะตอบในรายละเอียดได้

อย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน นายสุเมธ ตันธนาศิริกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กรณีที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ประธาน กกต. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ กกต.กทม. และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีอำนาจหน้าที่รับสมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎกติกา กรณีอนุญาตให้ผู้สมัครบางรายนำผู้ติดตามเข้ามาภายในห้องรับสมัคร ในช่วงเวลาการจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ทั้งที่ข้อเท็จจริงผู้สมัครสามารถนำผู้ติดตามเข้ามาได้ 2 คนเท่านั้น นอกจากนี้ขอให้ประธาน กกต. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจัดโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เนื่องจากในงานดังกล่าวไม่มีจัดสถานที่เพื่อให้ผู้สมัครและผู้ติดตามร่วมรับประทานอาหาร ทั้งที่ได้มีกำหนดการไว้แล้ว / ASTV

Advertisements