ถึงยุค ‘คนดีตาย-คนชั่วร้ายอยู่’ เปลว สีเงิน

อืมมมม…เห็นแล้วขื่นในอก คณะชาวนาจากสิงห์บุรี ไปเป็นครูสอนทำนาให้พี่น้องไทยมุสลิมที่ ๓ จังหวัดใต้ ถึงไม่ใช่หน้าที่ แต่เพื่อพี่น้องไทยด้วยกัน เขาก็ยินดีไปสอนวิธีทำนาให้คนในพื้นที่ยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี ชนิดไม่มี “ชาวนา” คนไหนเกี่ยงจนต้องจับสลากไป และเขาไปกันด้วยใจมุ่งมั่นบริสุทธิ์ ไม่มีการเสือกหน้าให้เป็นข่าวทางโทรทัศน์ แต่รางวัลแห่งความดีงามที่เขาได้รับคือ
ถูกโจรในพื้นที่ยิงตาย ๒ เจ็บอีก ๑๐!
ครับ…นั่นเมื่อ ๑ กุมภาที่ผ่าน ผมดูข่าวโทรทัศน์ เขาถ่ายให้เห็นตีนผอมดำ เปลือยเปล่า มอมแมมดินโคลน ของครูชาวนาที่นอน “ไร้ค่า-ไร้ราคา” กลางถนนหลวงสาย ๔๒ นราธิวาส-ปัตตานี อำเภอยะหริ่ง ปัตตานี
ถ้าอยู่ตรงนั้นด้วย ผมจะก้มลงจูบตีนเปลือยเปล่าคู่นั้น และจะกราบลงที่พื้น บูชาตีนที่สูงส่งล้ำค่าบนความเป็น “คนเพื่อแผ่นดิน” ของครูชาวนาท่านนั้น
“เสน่ห์ ขุนเณร” คือเจ้าของตีนเปลือยเปล่ากลางถนนคู่นั้น และอีกท่านไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลคือ “คุณเอกรินทร์ หอมเชย” จากสิงห์บุรี มาเป็นครูสอนวิธีทำนาให้กับพี่น้องไทยมุสลิมที่ปัตตานีด้วยกัน
เขาไร้ยศ ไร้ศักดิ์ ไร้ฐานันดร แต่เขาคือชาวนาผู้ยิ่งใหญ่ “ตีนกับหัวใจ” มีไว้เพื่อเอื้อทุกข์-เอื้อสุขกับพี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ ไม่มีเงื่อนไข ไม่เกี่ยงงอนใดๆ หัวใจที่จะให้ เหนือ “ความตาย” อันยากหาจากกลุ่มบุคคลใด
ในแผ่นดินทุรยุค!
เลือดครูนายังไม่ทันหมาดดิน แล้วเมื่อวาน (๕ ก.พ.๕๖) กลางดึกที่อำเภอกรงปินัง ยะลา ตรงทางแยกเข้าสถานีตำรวจกรงปินังนั่นแหละ ขณะที่พ่อค้า-แม่ค้าจากระยองที่มาซื้อผลไม้ ทุเรียน-ลองกอง กำลังกินข้าวอยู่ในที่พัก โจร ๓ จังหวัดใต้ ๗ คน ก็บุกเข้าไปเอาปืนจี้
จับมัดเท้า-มัดมือไขว้หลัง ลากเอาตัวไป ๔ คน แล้วเอาปืนจ่อหัวยิงทีละคน…ทีละคน
ตายต่อหน้า-ต่อตาทั้ง ๔ คน!
ส่วนวันนี้..พรุ่งนี้..ปะรืนนี้ และต่อๆ ไป เป็นอนันตกาล พี่น้องไทยพุทธ-ไทยมุสลิมคนไหนต้องตกเป็นศพ “เย้ยอำนาจประเทศ” เป็นรายต่อๆ กันไป ทั้งผม ทั้งท่าน ตื่นเช้าขึ้นมา ก็สดับตรับฟังเอา
ฟังแล้วก็ “อนิจจัง-อนิจจา” เพราะทุกอย่างในประเทศไทยเวลานี้ ทำได้แค่ปลงเท่านั้นแหละ อย่าไปหวังเอากับใครเลยครับ การไม่หวัง ดีกว่าไปหวังให้ผิดหวัง เชื่อผมเถอะ!
ผมก็เงี่ยหูฟังว่า เมื่อวาน…เช้าขึ้นมา นายกฯ ยิ่งลักษณ์, ผบ.ตร., รองนายกฯ คุมใต้, เลขาฯ สมช., รมว.กลาโหม, รมว.มหาดไทย, ครม.เพื่อไทย ตลอดถึง ผบ.ทบ. มีท่านใดจะพูดจาเป็นการรู้ร้อน-รู้หนาวต่อปัญหารายวันซ้ำๆ ซากๆ นั้นบ้าง ปรากฏว่า นอกจากข่าวโทรทัศน์เกือบทุกช่องแล้ว
ไม่มีช่องปากคนรัฐคนไหนเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย!?
ทั้งวัน ผู้มีอำนาจบริหารรัฐ ระงมแต่ข่าว นักโทษเป๊าะพะงาบในโรงพยาบาล และเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษให้นักโทษเป๊าะ
ระงมแต่ข่าว นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธาน คอ.นธ.จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้โจรเผาบ้าน-เผาเมือง+โจรโกงบ้าน-กินเมือง โดยจะส่งผ่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์สู่รัฐสภา
ระงมแต่ข่าว โรงพักประมูลแล้วสร้างไม่เสร็จ กระเหี้ยนกระหือรือลากกันแต่เบ็ด นัยว่าปลาตัวเขื่องชื่อ “สุเทพ” กำลังติดเบ็ดการเมืองเพื่อไทย
ระงมแต่ข่าว รัฐบาลยิ่งลักษณ์สมัครสมานสามัคคีเป็นทองแผ่นเดียวกับรัฐบาลฮุน เซน ตั้งให้นายปึ้งเป็นหัวหน้าทีมคณะกรรมการฝ่ายไทยไปร่วมฝ่ายเขมร……พัฒนาพื้นที่ชายแดน!
และระงมด้วยข่าว พ.ร.บ.เงินกู้อีก ๒ ล้านล้าน ในขณะที่ “เค้กประเทศ” โครงการบริหารจัดการน้ำ จัดสรรปันแบ่งกันลงตัวแล้ว โดย ครม.อนุมัติ ๖ กลุ่มบริษัทผ่านการคัดเลือกให้เข้ายื่นซองประมูลได้
ส่วนราษฎรสามัญผู้ทำคุณประโยชน์ให้แผ่นดิน เป็นครูชาวนาบ้าง เป็นพ่อค้า-แม่ค้า ช่วยไปรับซื้อสินค้าเกษตรใน ๓ จังหวัดใต้บ้าง แต่….ต้องตายกันแบบไร้ค่า เหมือนหมากลางถนน จะหาคนซักคนที่อยู่-กินด้วยเงินจากหยาดเหงื่อพวกเขา สำนึกในคุณของคนผู้มีตีนกับหัวใจ ที่ต้องตายโดยไม่มีเงินทวีคูณให้
ซักคำว่า “เสียใจ” ก็ไม่มี!
แล้วเช่นนี้จะหวังอะไรในด้านแก้ไขปัญหา “ประเทศไทย” จะฝากกับใคร เพราะไม่ว่าเหลียวไปทางไหน พบแต่คนที่ไม่เมินหน้า ก็ทำเหมือนว่า “ธุระไม่ใช่” ไปเหมือนกันแทบทั้งหมด!?
จะใช้นโยบายแบบไหนก็เอาให้เด็ดขาดและจริงๆ จังๆ กันไปซักอย่างเถอะ ขืนถ่างขาครึ่งๆ กลางๆ แล้วบอกว่า “มาถูกทางแล้ว..มาถูกทางแล้ว” อยู่อย่างนี้ อีกไม่ช้า-ไม่นาน อย่าว่าแต่ชาวบ้านต้องถอนเสาเรือนหนีเลย กระทั่งเสาอำเภอ-โรงพัก-ศาลากลาง-ค่ายทหารนั่นก็เถอะ
ก็คงต้อง “ถอนเสาหนี” ด้วย ถ้ามีแต่พระคุณ ไม่ยอมใช้พระเดชควบคู่กันไป เอาใจแต่ไทยมุสลิม ส่วนไทยพุทธไม่อินังขังขอบ ปล่อยให้ใกล้เป็นราษฎรชั้น ๒ ในสามจังหวัดใต้เข้าไปทุกขณะ
แบ่งกันปกครองดีมั้ย ๓ จังหวัดใต้น่ะ!?
กลางวันมีแต่ชาวบ้าน-ไม่มีโจร ก็ให้รัฐบาลไทยปกครองไป ตกค่ำ-กลางคืน พื้นที่ ๓ จังหวัดใต้ ไม่มีชาวบ้าน มีแต่โจร ก็ยกให้โจรปกครองไป เพราะพิสูจน์ด้วยชีวิตไปเป็นสิบ-เป็นร้อยศพแล้วว่า ตำรวจ-ทหาร-รัฐบาลไทย มีน้ำยาทำอะไรได้ในตอนกลางคืน
แบ่งกันให้ชัดลงไป ผู้คนคนไหนจะไป ๓ จังหวัดใต้ ก็จะได้ทำพาสปอร์ต “กลางวัน-กลางคืน” เพื่อการเข้าพื้นที่ให้เป็นเรื่องเป็นราว
ถ้าไม่คิดแบ่งกันปกครอง ก็อย่าดีแต่ผลาญงบแค่การจัด ครม.สัญจรไปจังหวัดนั้น-จังหวัดนี้อยู่เลย ลองย้ายทำเนียบรัฐบาลไปอยู่ปัตตานี ๑ เดือน ยะลา ๑ เดือน นราธิวาส ๑ เดือน แล้วให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปนั่งเซ็นหนังสือ จิ้มโทรศัพท์ทีละ ๖ เครื่องอยู่ที่นั่น
ลองดูซิ เมื่อ “กะละมังข้าว” อยู่ที่นั่น ถนนแห่งความหิวกระหายทุกสายก็จะพุ่งตรงไปสู่จุดนั้น แล้วคอยดูซิ…โจรใต้ในยะลา-นราธิวาส-ปัตตานี กับโจรขายบ้าน-ขายเมือง ที่แห่แหนจากกรุงเทพฯ ไปรายล้อมกะละมังข้าวอยู่ใต้กระโปรงอำนาจ
ใครจะเป็นฝ่ายบูรณาการใคร?
เราใช้เวลาเพื่อการ “ไม่ตัดสินใจ” อะไรเลยในปัญหา ๓ จังหวัดใต้นานเกินไปแล้ว นานจนกระทั่งว่า “ใช้นโยบายผิด” ดีกว่าไม่มีนโยบายใดๆ ที่ชัดเจนให้ฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่ได้ปฏิบัติเลย
เหมือนการทำข้อสอบ ทำผิด-ทำถูก ยังพอมีคะแนนให้ ถึงไม่มี ก็ยังมีคำแนะนำจากครูอาจารย์ว่า ควรทำแบบไหนจึงจะถูกได้คะแนน แต่การ “ส่งกระดาษเปล่า” จะเอาคะแนนจากตรงไหน เพราะมันว่างเปล่าไปทั้งหมด
เท่าที่ผมฟังตำรวจ-ทหารในพื้นที่ ส่วนใหญ่เขารู้ถึง “ต้นตอ-ต้นราก” ของปัญหา และรู้ด้วยว่าใครเป็นใครในพื้นที่ แต่ก็นั่นแหละ ฝ่ายปฏิบัติการเข้าใจอย่าง ฝ่ายนโยบายจะเอาอย่าง และฝ่ายบริหารต้องการอีกอย่าง
ตำรวจไปอย่าง ทหารไปอย่าง มหาดไทยไปอย่าง รัฐบาลไปอย่าง กองทัพไปอย่าง รัฐมนตรีไปอย่าง เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ธุรกิจดำในและนอกพื้นที่ไปอย่าง
สรุป…ราษฎรตาดำๆ แบนอยู่ใต้ตีน(โจร)!
จะเอายังไงก็ควรเอาให้มันเด็ดขาด-ชัดเจนไปซักอย่าง…นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในเรื่องนโยบายปฏิบัติแก้ปัญหา ๓ จังหวัดใต้ อย่าให้ทหารเขาต้องแบกรับหน้า-รับน้ำลายชาวบ้านแทนรัฐบาลอยู่เลย ในเมื่อรัฐบาลไม่ชัดเจนในแผนปฏิบัติ
ฝ่ายทหารเขาจะทำอะไรได้ นอกจากซื้ออาวุธ-ของบ-เกณฑ์ทหารลงไปยืนยามรอตาย กระทั่งตอนนี้ก็ไม่รู้แล้วว่าใครเป็นฝ่ายคุ้มครองใครแน่ ระหว่าง “พระบิณฑบาต-ครูสอนหนังสือ-ทหารชุดคุ้มครอง”?
เมื่อน้ำเต้าลอยกลับถอยจม กระเบื้องน้อยกลับลอยฟู บ้านเมืองเวลานี้มันจึงมีสภาพคล้าย “ผีห่าเข้าธานี” คนดีที่เรียกว่านักบริหารดี-นักการเมืองดี แทบไม่มีให้เห็นหน้า ถ้าถามว่า “แล้วมันไปข้างไหนกันหมด?” คำตอบก็คือ
ไปเป็น “นักกินเมือง” ๑
กับ……
“หนอนบ่อนไส้บ้านเมือง” อีก ๑!

Advertisements