หุ้นไทยเสี่ยง ถูกเทขายทำกำไรช่วง 1 เดือน

news_set_index

หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เมื่อไรที่นักลงทุนทุกคนคิดเหมือนกันไปในทางเดียวกัน สิ่ง ๆ นั้นมักจะไม่เกิดขึ้น ตอนช่วงต้นเดือนมกราคมก็มีนักลงทุนแทบทุกท่านคิดว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะมีการพักผ่อน ปรับฐาน เห็นแรงขายทำกำไรกันบ้าง หลังจากขึ้นมาแบบม้วนเดียวจบใน 4 ปีที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่เราเห็นใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ก็กลับเป็นตรงกันข้าม โดยนักลงทุน กองทุนสถาบันต่างชาติได้ทยอยซื้อหุ้นไทยมาตลอด และแนวโน้มนี้ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสที่จะซื้อและถือต่อในระยะยาว

ทั้ง นี้ เนื่องจากตลาดไทย SET index ยังถือว่าถูก (PE 13 เท่า) และจ่ายปันผลมากกว่าประเทศในภูมิภาคเอเชีย ประกอบกับโอกาสเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีการผลักดันจากนโยบายการลง ทุนของภาครัฐ ทำให้ผลประกอบการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้น่าจะมีความสดใสไม่แพ้ปีที่ แล้วเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมอาจจะยังไม่ฟื้นจากวิกฤต ทางการเงินที่ผ่านมาในปี 2551 โดยสมบูรณ์ แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของทางสหรัฐอเมริกาก็เริ่มบ่งบอกถึงทิศทางที่บวกอย่างมี เสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับการประชุม World Economic Forum ที่ Davos เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีความชัดเจนมากขึ้น ว่าเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปได้พ้นจุดอันตรายมาแล้วระดับหนึ่ง ทำให้ราคาของหุ้น (equity) ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง น่าจะเรียกร้องความสนใจได้มากขึ้นต่อไป โดยเราคงได้เห็นแรงเทขายต่อเนื่องของสินทรัพย์พันธบัตร (bonds)

ความเสี่ยงในระยะสั้นที่หลายท่านกังวลเรื่องหน้าผาการคลังและเพดานกู้หนี้ของ สหรัฐอเมริกา ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ดูเหมือนว่าจะถูกผลักให้อยู่ไกลออกไปจากความคิดและความกังวลของนักลงทุน เฉกเช่นเดียวกันกับความกังวลที่เคยมีถึงเสถียรภาพของการเมืองไทย และระบบหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น ซึ่งนักลงทุนที่อยู่ในอารมณ์ตลาดขา ขึ้นจะไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงเหล่านี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วความเสี่ยงที่ได้กล่าวมานี้ยังไม่ได้หายไปไหน มูลค่าหุ้นในตลาดไทยส่วนใหญ่นั้นยังไม่แพง แต่ก็ไม่ได้ถูกเลยซะทีเดียว

เพราะฉะนั้น การเข้ามาลงทุนในระดับนี้จึงต้องมีการคัดสรรหุ้นรายตัวให้รอบคอบมากขึ้น โดยที่ความสนใจของนักลงทุนระยะยาวที่มองหาหุ้นมูลค่าถูก ควรจะเริ่มทำการบ้านหุ้นในหมวดพลังงาน และสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจะมีการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัลในไตรมาส 3 ของปีนี้ และจะมีผู้ประกอบการที่เป็นทั้ง distributors และ contents providers ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการประมูลครั้งนี้

ทั้งนี้ ขอให้ลงทุนด้วยความคิดที่ระมัดระวังมากขึ้น เพราะตอนนี้นักลงทุนน้อยคนนักที่ไม่ชอบตลาดไทย และส่วนใหญ่ได้ลงทุนในตลาดมาเยอะแล้ว เพราะฉะนั้น จึงอย่าแปลกใจหากมีการขายทำกำไรออกมาบ้างในอีก 1 เดือนข้างหน้านี้

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Advertisements