30 บ. แห่เข้าตลาดรับหุ้นขาขึ้น อานิสงส์เงินนอกทะลัก-ผลตอบแทนทะลุ 100%

ธุรกิจเข้าคิวแห่ขายหุ้นไอพีโอรับตลาดขาขึ้น หลังเงินนอกทะลักดันดัชนีวิ่งต่อเนื่อง เผยหุ้นไอพีโอปีที่ผ่านมาฟันผลตอบแทนเฉลี่ย 105% คาดปีนี้คึกคัก เตรียมเข้าระดมทุนกว่า 30 ตัว ตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปหุ้นใหม่ทุบสถิติแตะ 1.2 แสนล้าน ที่ปรึกษาการเงินงานล้น ดีลในมือเพียบ ทั้งกลุ่ม “ค้าปลีก-เฮลท์แคร์- บันเทิง-ผลิต-อาหาร”

จากนโยบายการเงินผ่อนคลายของยักษ์เศรษฐกิจทั้งยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่น ที่อัดฉีดเงินเข้าระบบ ทำให้สภาพคล่องเหล่านี้พากันไหลเข้าเอเชียและไทย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ยังมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลให้มีเงินทะลักเข้าตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมทั้งไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา โดยความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยจาก 4 ม.ค. 2555-24 ม.ค. 56 ซึ่งปิดที่ระดับ 1,149.09 จุด พบว่าดัชนีเพิ่มขึ้น 412.88 จุด หรือ 39.85% โดยที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิที่ 90,296.63 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วงต้นปี 2556 ตลาดหุ้นมีวอลุ่มซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 5.34 หมื่นล้านบาทต่อวัน เพิ่มจากทั้งปี 2555 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยที่ประมาณ 3.23 หมื่นล้านบาทต่อวัน

แห่ขายหุ้น ไอพีโอ รับตลาดขาขึ้น

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ปีนี้จะเห็นสัญญาณว่ามีกิจการที่ให้ความสนใจเข้ามาระดมทุนผ่านตลาดทุนมากขึ้น เนื่องจากภาพตลาดหุ้นขณะนี้มีทิศทางดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากระดับดัชนีปัจจุบันเทียบปิดสิ้นปี”55 ที่ปรับขึ้นกว่า 50 จุดแล้วในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ส่งผลให้สามารถระดมทุนขายตั้งราคาขายหุ้นไอพีโอ (การเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในครั้งแรก) ได้ในราคาที่ดี

ขณะที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ก็เห็นโอกาสการลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับสนับสนุนการเติบโตของกำไรในอนาคต ด้วยแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ดีจากอานิสงส์ของการขยายกิจการไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประโยชน์ที่ได้จากการค้าขาย ที่ภูมิภาคมีการเชื่อมโยงกันจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่ทำให้ตลาดการค้าจะมีขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีความได้เปรียบจากทำเลของประเทศที่เป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค

นายจรัมพรกล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯคาดว่ามูลค่าตามราคาตลาด (market capitalization) ของหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนใหม่ในปี 2556 อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท จากจำนวนหุ้นไอพีโอที่จะเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายในปีนี้ประมาณ 30 ตัว โดยมีโอกาสที่มูลค่าการระดมทุนในปีนี้จะทำลายสถิติสูงสุด จากปี 2555 มูลค่าตามราคาตลาดของหลักทรัพย์จดทะเบียนใหม่จากรวม 25 แห่ง มูลค่า 1.15 แสนล้านบาท

2 เกณฑ์ใหม่เปิดช่องระดมทุน

ทั้งนี้ประกอบกับที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ออกหลักเกณฑ์ใหม่ที่สนับสนุนให้กิจการเข้าระดมทุนผ่านตลาดทุนได้สะดวกขึ้นได้ 2 ประเด็น คือ เกณฑ์ที่อนุญาตให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่น (holding company) สามารถระดมทุนขายหุ้นไอพีโอได้

โดยขณะนี้มีบริษัทลูกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย 2 แห่งที่มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายใต้เกณฑ์ holding company ใหม่ในปีนี้ ได้แก่ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (CKP) ซึ่งมีโครงการในลาวเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ช.การช่าง (CK) และ บมจ.อมตะ วีเอ็น (AMATAV) ซึ่งมีโครงการในเวียดนามเป็นบริษัทลูกของ บมจ.อมตะคอร์ปอเรชั่น (AMATA)

นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure fund) ที่ออกมาเพื่อรองรับในกิจการขนาดใหญ่ที่มีรายได้สม่ำเสมอ ทั้งภาคเอกชน กลุ่มรัฐวิสาหกิจซึ่งจะสามารถนำเงินจากการระดมทุนที่ได้ไปขยายการลงทุนโดยไม่เป็นภาระของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะมีเข้ามาในปีนี้อย่างน้อย 3 กอง

ไอพ”โอป” 55 ตอบแทนทะลุ 105%

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯระบุว่า โดยในปี 2555 มีหุ้นไอพีโอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯรวมทั้งสิ้น 18 ตัว (ไม่รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์) โดยจดทะเบียนใน SET จำนวน 8 หลักทรัพย์ และ mai จำนวน 10 หลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยข้อมูล ณ 23 ม.ค. 56 พบว่าหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดอันดับ 1 คือ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ราคาปิดที่ 50.94 บาท เพิ่มขึ้น 260.38% จากราคาจองไอพีโอ 13.25 บาท มีหลักทรัพย์เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาจองไอพีโอ คือ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.82 บาท ลดลง 9.05% จากราคาไอพีโอ 4.20 บาท ขณะที่ภาพรวมผลตอบแทนของหุ้นไอพีโอปี”55 จนถึงขณะนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 105.53%

โบรกฯเชื่อกระแสแรงแซงปี 55

นางสาวสุวภา เจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถนำหุ้นเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ 4 แห่ง ซึ่งเป็นธุรกิจประเภทค้าปลีก พาณิชย์, กลุ่มเฮลท์แคร์และบันเทิง ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มูลค่าระดมทุนบริษัทละกว่า 1 พันล้านบาท

ประเมินว่าภาพรวมตลาดไอพีโอในปี 2556 จะคึกคักต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของจำนวนบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน ซึ่งขณะนี้พบว่ามีเจ้าของกิจการจำนวนมาก ต้องการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะจนถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าการนำหุ้นเข้ามาขายจะกำหนดราคาได้น่าพึงพอใจ จนดึงดูดให้ผู้ที่ต้องการระดมทุนตัดสินใจเร็วขึ้น

ขณะเดียวกันในแง่ความต้องการของนักลงทุน พบว่ายังมีอยู่อย่างล้นหลาม โดยจะเห็นได้จากจำนวนนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาติดต่อขอจองซื้อหุ้นไอพีโอโดยตรงกับโบรกเกอร์ที่ดูแล รวมถึงนักลงทุนรายย่อยก็มีความตื่นตัวที่จะซื้อหุ้นเช่นกัน ทั้งนี้ประเมินว่า เป็นเพราะการลงทุนหุ้นไอพีโอมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นในตลาดที่ซื้อขายเปลี่ยนมือกันมากจนราคาปรับตัวขึ้นสูงเกินมูลค่าพื้นฐานไปค่อนข้างเยอะแล้ว

“ตลาดปีนี้จะยิ่งเป็นปีที่ดีของไอพีโอ นักลงทุนต่างจดจ่อรอจะซื้อหุ้นใหม่กัน เพราะตอนนี้ราคาหุ้นในตลาดค่อนข้างแพง เทรดกันจนพีอีพุ่งสูงไปมาก ในขณะที่หุ้นไอพีโออาจจะมีพีอีในหลัก 10 เท่า

ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าความต้องการจะยังคงมีแน่ ๆ” นางสาวสุวภากล่าว

กสิกรฯ เผยขนาดดีลปีนี้ใหญ่ขึ้น

ด้านนายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีงานในมือประมาณ 5-6 ดีลที่เตรียมยื่นไฟลิ่งเข้าระดมทุนในปีนี้ รวมมูลค่าระดมทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีดีลรวม 3 ดีล มูลค่าราว 3 พันล้านบาทโดยจะพบว่าขนาดของดีลไอพีโอปีนี้จะใหญ่ขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 3 พันล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษาเอเชีย พลัส จำกัด กล่าวว่า จากแนวโน้มตลาดหุ้นที่อยู่ในจังหวะขาขึ้น จะส่งผลธุรกิจที่เข้าระดมทุนได้ราคาหุ้นที่ดีด้วย ทำให้ภาพรวมการขายหุ้นไอพีโอในปีนี้มากขึ้น ในปีนี้หุ้นไอพีโอของบริษัทมี 4 ดีล มูลค่า 3,000-10,000 ล้านบาท ธุรกิจที่เข้ามามีหลากหลาย อาทิ กลุ่มอาหาร เป็นต้น เชื่อว่างานที่ปรึกษาการเงินจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเช่นกัน

14 บริษัทเข้าคิวยื่นไฟลิ่ง

ทั้งนี้ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.เพื่อขายไอพีโอจำนวน 14 แห่ง ได้แก่ บมจ.พรีเมียร์ โพรดักส์, ยูเรกา ดีไซน์, พลังงานบริสุทธิ์, อมตะ วีเอ็น, ช.ทวี ดอลลาเซียน, พีทีจี เอ็นเนอยี, โมโน เทคโนโลยี, โรงพยาบาลจุฬารัตน์, ซังโกะ ไดคาซติ้ง, เซียร์ พร็อพเพอร์ตี้, เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น, ซีซีเอ็น-เทค, อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค และสหการประมูล

ด้านนายเกษม พันธ์รัตนมาลา หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดว่าในปีนี้จะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติจะไหลเข้าในระบบจำนวน 1.15 แสนล้านบาท หลังจากภาพรวมธุรกิจในประเทศมีอัตราการเติบโตที่ดี ประกอบกับปัจจัยด้านความเสี่ยงด้านการเมืองที่ลดลง และไทยได้รับผลจากเศรษฐกิจโลกไม่มาก โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้จะสามารถแตะที่ระดับ 1,500 จุด

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Advertisements