VI Value Investor การลงทุนแบบเน้นคุณค่า อาชีพใหม่ที่มาแรง

ระยะหลังกระแสเรื่องอาชีพการเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นแบบเต็มตัวของกลุ่มคนรุ่น ใหม่กำลังมาแรง แบบว่าเรียนจบมาไม่นานก็กลายเป็นนักลงทุนที่มีพอร์ตหุ้นหลักร้อยล้าน พันล้านบาท โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดหุ้นไทยกำลังรุ่งโรจน์โชติช่วง อย่างในช่วงปี 2555 ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นถึงกว่า 35% (สิ้นปี 2554 อยู่ที่ 1,025 จุด สิ้นปี 2555 ดัชนีอยู่ที่ 1391.93 จุด) จากเมื่อต้นปีมาร์เก็ตแคปประมาณ 8 ล้านล้านบาท สิ้นปี 2555 มาร์เก็ตแคปพุ่งเฉียด 11 ล้านล้านบาท ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดหุ้นที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุดในโลก ขณะที่นักลงทุนบางคนสามารถสร้างผลตอบแทนมากกว่า 100% เลยทีเดียว

ทำให้วันนี้การลงทุนในตลาดหุ้นถือเป็นอาชีพที่กำลังมาแรงของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เรียนจบแพทย์ วิศวะ การเงิน ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในการศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปัจจุบันมีนักลงทุนขาใหญ่หน้าใหม่ๆ ในตลาดหุ้นเกิดขึ้นมากมาย ควบคู่ไปกับกระแสความแรงของนักลงทุน “วีไอ” (value investor) ที่มีปรัชญาการลงทุนโดยให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” หรือ “มูลค่า” ของกิจการเป็นหลัก โดยอาศัยความรู้ความสามารถศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ “ตัวธุรกิจ” ของบริษัทที่จะเข้าไปซื้อหุ้น เพื่อลงทุนแบบระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ปรัชญาการลงทุนแบบ “วีไอ” ยังต้องพิจารณาข้อมูลด้านอื่นๆ ประกอบอีกมากมาย อย่างที่นักลงทุนเน้นคุณค่าอันดับหนึ่งอย่าง “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ระบุว่า ปัจจัยในการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนของตัวเองประกอบด้วย

1.เป็นธุรกิจที่มีอนาคตหรือไม่
2.อยู่ในฐานะผู้นำตลาดหรือไม่ หากเป็นที่ 1 ก็ต้องดูด้วยว่าทิ้งอันดับ 2 มากแค่ไหน
3.ฐานะของกิจการ เช่น มีความสามารถสร้างกำไรปีละเท่าไหร่ มีหนี้สินหรือไม่

รวมทั้งต้องมองไปถึงตัวผู้บริหารว่ามีวิสัยทัศน์และมีธรรมาภิบาลหรือไม่ เพราะจะต้องเป็นผู้นำพาธุรกิจให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป ขณะที่ผลจากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายของหลายประเทศ ทำให้มีเม็ดเงินต่างประเทศไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยอย่างต่อ เนื่อง รวมทั้งผลประกอบการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ค่อนข้างสูง

ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนที่เห็นโอกาสจากการใช้เงินทำงานมากขึ้น โดดเข้ามาเป็นนักลงทุนเต็มตัวมากขึ้น จนมีการตั้งข้อสังเกตว่าช่วงที่ผ่านมามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีหน้าที่การงานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นหมอ วิศวกร หรือเจ้าของกิจการ เปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาเป็นนักลงทุนแบบเต็มตัวจำนวนไม่น้อย หลายคนถึงขั้นวางมือหรือหันหลังให้กับอาชีพของตนเอง เพื่อมาทำอาชีพ ลงทุนหุ้นแบบเต็มตัวเต็มเวลา เพราะผลจากการลงทุนหุ้นในช่วงที่ผ่านมาให้ตอบแทนที่ดีเกินคาด และดีกว่าอาชีพประจำหรือธุรกิจที่ทำอยู่เดิมอย่างมาก

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่าถ้าบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถต่างเห็นว่าการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นอาชีพที่ดี ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีมาก จนละทิ้งอาชีพหรือธุรกิจเดิมของตน จะหมายถึงการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพของประเทศ โดยที่ไม่ได้นำวิชาความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาช่วยสร้างประโยชน์เพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อทุกคนสนใจแต่เรื่องผลตอบแทน จนอาจส่งผลถึงการบ่มให้จิตใจเน้นแต่เงินทองผลตอบแทน : ประชาชาติธุรกิจ

Advertisements