หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ‘ผ่าดวง’ ปีชงให้เฮง

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา

หลังตรุษจีนเดือด! หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา ผ่าดวงหลังปีใหม่จีน เผยเคล็ดแก้ดวงชงเป็นปีเฮง เตือนปีกุนชงตรงหนักทุกเรื่อง ส่วน 3 นักษัตรที่เหลือหนักเบาเป็นลำดับ เชื่อหลังปีใหม่จีนมหกรรมม็อบจะเต็มถนน…!

กลายเป็นกระแส ฟีเวอร์ตื่นตัว และตื่นตระหนกกันไปทั่ว กับการแก้ชงปีมะเส็งไฟ บางคนสับสนไม่รู้วิธีที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร มิหนำซ้ำบางคนยังไหว้แก้ชงไม่ถูกวิธี หนักไปกว่านั้นไม่รู้ว่าไหว้แก้ชงที่ถูกวิธีอย่างไรแล้ว ยังมีการถามไถ่ถึงดวงชะตาของปีชงต่างๆ ระหว่างและหลังวันตรุษจีนจะเป็นเช่นไร ส่งผลกระทบหนักหนากับชีวิตแบบที่กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวกันหรือเปล่า 

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เจ้าของฉายาหมอดูไฮโซ หมอดูจอมเก็บสถิติ ออกมาผ่าดวงตรุษจีนผ่านไทยรัฐออนไลน์า วันตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ แต่การเปลี่ยนดวงตามปฏิทินจีนนั้นเริ่มต้นวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงมันจะส่งผลกระทบกับปีที่เกิดขึ้น ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกกันว่าปีชง

“เรื่องชงนั้นยึดเอาตำราของจีนที่ดู กันมาเป็นพันๆ ปี ชงรากศัพท์มาจากภาษาจีนหมายถึงการปะทะ ซึ่งทุกๆ ครั้งในการชงนั้นปีหนึ่งๆ ต้องมีราศีชงและชงร่วมนั้น 4-5 ปี แต่ถ้าชงตรง จริงๆ ในแต่ละปีจะมีอยู่นักษัตรเดียวเท่านั้น โดยหลักโหราศาตร์แล้วปีชงนั้นจะเป็นปีที่อยู่ตรงข้ามกัน ยกตัวอย่างปีนี้ปีมะเส็งให้นับไปอีก 7 นักษัตร (ให้นับมะเส็งด้วย) ปีนี้ก็เท่ากับ “ปีกุน” คือปีชงตรงส่วนปี “ร่วมชง” ปีนี้มีจำนวน 3 ปี ได้แก่ “ปีขาล” เพราะขาลถือว่าเป็นเพื่อนกับปีกุน ดังนั้น เมื่อปีกุนชงตรงจึงโดนไปด้วย “มะเส็ง” ถามว่าทำไมถึงโดนไปด้วยปีตัวเองแท้ๆ อธิบายง่ายๆ เหมือนกับเป็นการเกิดใหม่ไม่แข็งแรง ดังนั้น เราจะปรับตัวให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมจึงมีอุปสรรคและสุดท้ายปีที่ชงร่วม สุดท้ายก็คือ ปีวอก”

1 ปีชงตรง ปีกุนหนักหนา 3 ปีชงร่วม…!

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูไฮโซขยายความว่า สำหรับคนที่เกิดปีกุน ซึ่งชงตรง หรือปะทะแรง 100% กุน จะมี 3 รอบด้วยกันได้แก่ ปีกุน พ.ศ. 2490 พ.ศ. 2514 พ.ศ.2550 

“สิ่ง ที่ปีกุนรอบดังกล่าวจะโดนโดยหลักแล้วจะเกี่ยวกับปัญหาชีวิต ทั้งเรื่องความขัดแย้งในเรื่องงาน ปัญหาสุขภาพ จะมีการเปลี่ยนแปลงและมีความวุ่นวายต่างๆ อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิตมากมาย แรงรองลงมาก็คือปีขาล 3 รอบ พ.ศ.2481 พ.ศ. 2505 พ.ศ.2541 คนปีขาลอาจจะเริ่มกังวัลใจเพราะตัวเองเพิ่งเริ่มชงไปไม่นาน ครั้งนี้เป็นร่วมชงรอบนี้อยากให้ระมัดระวังเรื่องสุขภาพให้จงหนัก การถูกใส่ร้ายทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อาจจะมีคดีความ มีเรื่องราวที่ทำให้เข้าใจผิด ร่วมชงแรงรองลงมาได้แก่ “ปีวอก” ปีนี้มีความพิเศษกว่าปีอื่นๆ เพราะปีลิงเป็นปีที่เป็นพันธมิตรกับปีมะเส็งอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่จังหวะดวงดาวปีนี้ถือว่าปีที่ร่วมชงด้วย ปีวอกให้ระวัง 2 รอบ พ.ศ. 2463 พ.ศ.2523 เรื่องความขัดแย้ง การทะเลาะกับหุ้นส่วน เพื่อนร่วมงาน ความแตกแยก จะมีการฟ้องร้อง จะลงเรื่องการทำงานเยอะ”

ปีชงร่วมสุดท้ายได้แก่ ปีมะเส็ง หมอดูชื่อดังเตือนว่า มะเส็งให้ระวัง 2 ปี พ.ศ. 2472 พ.ศ.2532 

“คน ที่เกิด 2 ช่วงนี้ ให้ระวังเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เหมือนกับคนที่ใส่เสื้อไม่พอดีตัว เกิดการหงุดหงิดใจได้ง่าย ปัญหาเกิดจากความรุ่มร้อน ภายในจิตใจเรา ผมให้มะเส็งได้รับผลกระทบเบาที่สุดเพราะว่ามีปัญหากับตัวเอง ดูแลได้ง่าย อย่างปีอื่นมันเป็นปัญหาปัจจัยมาจากสิ่งแวดล้อมอาจจะเปลี่ยนแปลงลำบาก ถ้าปีมะเส็งเริ่มที่ตัวเองก่อน ก็จะไม่ลำบาก”

เจาะลึกสุดใจ เดือนชง เวลา ก็ชงหนัก!

หมอดู สุดฮอตผู้นี้ยังเจาะลึกลงไปอีกว่า อย่างไรก็ดี 1 ปีชงตรง กับ 3 ปีชงร่วมในที่มาข้างต้นถ้าจะเจาะลึกลงไปอีก ยังมีกลุ่มที่ห้วงเวลาและเดือนชง ซึ่งจะได้รับอิทธิพลจากการชงและชงร่วมในครั้งนี้ก็ถือว่าให้ระวังตัว

“ได้แก่ คนที่เกิดเดือนกุนคือคนที่เกิดในวันที่ 7 พฤศจิกายน ถึง 6 ธันวาคม เวลากุน 21.00 – 22.59 น. คนที่เกิดเดือนขาลวันที่ 4 ก.พ. – 4 มี.ค. เวลาขาล 03.00 – 04.59 น. คนที่เกิดเดือนวอกคือวันที่ 7 ส.ค.- 6 ก.ย. เวลาวอก 15.00 – 17.59 น. และคนที่เกิดเดือนมะเส็งคือวันที่ 5 พ.ค.- 4 มิ.ย. เวลามะเส็งคือ 09.00 – 10.59 น. ก็จะได้รับอิทธิพลดังที่กล่าวมาข้างต้นเช่นกัน”
เคล็ดลับวิธีแก้ชงอย่างละเอียด…!

<strong>หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา</strong> ย้ำด้วยว่าคนที่ชงไม่ได้หมายความว่าจะโชคร้ายเสมอไป คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอาจจะเกิดในปีชง เร็วและง่ายกว่าปีอื่นๆ ด้วยซ้ำ

 “ตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ มันเป็นปีที่ชีวิตเราแรงขึ้นมีโอกาสมีสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เพียงแต่ว่าถ้าเรามีโอกาสแต่คว้ามันแบบไม่มีความรู้ หรือใช้โอกาสแบบที่ไม่มีสติอาจจะกล้าเป็นโอกาสร้าย ดังนั้น ขอให้มีสติให้ทำบุญมากๆ คนที่ชงแล้วดีก็มีให้เห็น อย่างรุ่น ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต  เกิดปีระกา ซึ่งปีเถาะที่ผ่านมาชงตรง 100% แต่ปีนั้นเธอเล่นดอกส้มสีทองก็โด่งดังมากมาย”

สำหรับวิธีแก้ไขชงที่ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์จีน หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา บอกว่า ต้องทำหลังวันที่ 4 ก.พ.เป็นต้นไป 

“เอาแบบความเชื่อแบบจีนก่อน ลัทธิเต๋าที่นิยมทำกันก็คือ “ไท้ส่วยเอี๊ย” หรือที่รู้จักกันดีในนามของ เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีเทพที่ผลัดเปลี่ยนดูแลดวงเราทั้งหมด 60 องค์ จาก 12 นักษัตร 5 ธาตุ (ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุดิน ธาตุทอง) อย่างปีนี้เป็นมะเส็งธาตุน้ำก็จะมี “ฉื่อตัวไต่เจียงกุง” ทำหน้าที่ในการดูแลชะตาในปีนี้จึงมีความเชื่อว่า ปีชงต้องทำบุญกับเทพองค์นี้เพื่อขอพรให้ท่านคุ้มครองดวงชะตา ให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ซึ่งสถานที่ที่คนมักนิยมไปไหว้แก้ชง ก็ต้องเป็นวัดในสายพุทธศาสนานิกายมหายาน กลุ่มลัทธิเต๋าปนไปด้วย ซึ่งหลายวัดที่มี “ไท้ส่วยเอี๊ย” ประดิษฐานอยู่ก็ได้แก่ วัดมังกร ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ จ.ชลบุรี ตำหนักพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ โชคชัย 4 เป็นต้น หรือแม้กระทั่งคนนิยมไปไหว้ ศาลเจ้าพ่อเสือ ให้ดูแลเพราะว่าปีกุนกับปีขาลเป็นเพื่อนกัน เมื่อปีกุนชงมีปัญหาก็จะให้เพื่อนมาช่วยก็จะช่วยอีกแรง”

นอกจากนี้ มีเทพอีกองค์หนึ่งที่คนศึกษาโหราศาสตร์จีนแนะนำให้ไปไหว้ก็คือ “จี่มุยแชกุง” เป็นเทพที่เกี่ยวข้องกับดวงดาวในทางโหราศาสตร์จีนถ้าเกิดเป็นไทยก็นพเคราะห์ คนนิยมไปไหว้สักการะ ส่วนมากวัดที่มีเทพ “ไท้ส่วยเอี๊ย” จะมีเทพ “จี่มุยแชกุง” ด้วย ไหว้เพื่อคุ้มครองดวงชะตาให้กับเรา 

“สิ่งที่สำคัญที่อยากจะให้คำนึงก็คือเมื่อเข้าไปวัดที่กล่าวมาข้างต้นแล้วเขาจะมี กระดาษให้เราเขียนชื่อ-นามสกุล วัดก็จะเก็บกระดาษนั้นมาทำพิธีเสริมด้วยสะเดาะเคราะห์ให้กับเราตลอดทั้งปี กับอีกหนึ่งอย่างคนจีนมีความเชื่อว่าช่วงปีใหม่จะต้องมีการปัดเคราะห์ออกจาก ตัว จะมีการเอาชุดกระดาษเงินกระดาษทอง ไปปัดต่อหน้าองค์ “ไท้ส่วยเอี๊ย” ปัดให้เคราะห์สิ่งร้ายๆ ออกจากตัวไป 12 ครั้ง แนะนำนิดหนึ่งว่าใครที่จะไปทำบุญไหว้แก้ชง “ไท้ส่วยเอี๊ย” แล้ว ก็ควรจะไหว้พระองค์อื่นๆ ที่อยู่ในวัดนั้นๆ ด้วยเหมือนกับว่าหมดเคราะห์ไปแล้วเราจะได้สร้างสิริมงคล ไม่ใช่แก้ชงเสร็จแล้วกลับบ้าน แต่สิ่งที่สำคัญก็คือท่านต้องไปทำบุญด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ดังนั้นเมื่อเจอคนเยอะก็อย่างหงุดหงิด มันจะทำให้ดวงท่านไม่ดีขึ้น แล้วสิ่งที่ต้องรู้ก็คือการไม่มีตำราไหนห้ามว่าให้ไปปีละ 1 ครั้ง เพราะชีวิตเราต้องใช้ไป 365 วัน ในปีชง มีโอกาสก็ไปไหว้ได้ ที่สำคัญวัดที่กล่าวมาก็ไม่ได้รับแค่คนชงครั้งเดียวก็จบไป”

การเมืองหลังตรุษจีน แรง ม็อบอื้อ…!

 หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา บอกอีกว่า การเมืองหลังจากตรุษจีนเป็นต้นไปโดยเฉพาะในเดือนมีนาคมจะมีความแรงขึ้น หนักหนามากขึ้นโดยเฉพาะปรากฏการณ์ของการร่วมตัวกันของม็อบที่มากอยู่แล้วก็ เพิ่มขึ้นอีก

“ในทางโหรศาสตร์จีนที่เราคุยกันข้างต้นคือการชงกับเดือน มะเส็งหรือในวันที่ 5 พ.ค.ถึง 4 มิ.ย. นี้จะเป็นเดือนที่ชงของปีนี้อีกครั้งหนึ่งที่แรงมาก อีกช่วงหนึ่งคือเดือนกุนหรือวันที่ 7 พ.ย.-6 ธ.ค. สอดคล้องกับโหราศาสตร์ไทยเพราะเดือนเมษายนและเดือนพฤษาคมจะมีการเปลี่ยน แปลงของดวงดาวที่มาชุมนุมกันเยอะ และในวันที่ 26 เมษยายน กับ วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ก็จะมีปรากฏการณ์สุริยุปราคาเกิดขึ้นด้วย ดังนั้น ความวุ่นวาย แม้กระทั่งเรื่องปีนี้เป็นปีแห่งม็อบมีทุกแขนง ทั้งม็อบโรงเรียน ม็อบการบิน ฯลฯ ยังเป็นภัยที่เราต้องเตือนกันในปีนี้มาก”

ฟันธงผู้ว่าฯ สูสีดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ …!

เมื่อถามถึงในวันที่ 3 เดือนมีนาคมนี้ จะมีการเลือกผู้ว่าฯ กทม. เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร หมอช้างบอกว่า ด้วยความที่ดวงดาวในช่วงเดือนเลือกตั้งเดือนมีนาคมแรง ทายว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและสูสีครั้งหนึ่งในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ

“ในทางโหราศาสตร์ครั้งนี้ เป็นครั้งที่เชื่อว่าจะดุเดือดและผลจะออกมาแบบเฉียดกันที่ปลายจมูก เพราะว่าในเรื่องลักษณะของ ดวงดาวที่เข้ามา มันเข้ามาแบบค่อนข้างหลายดวงอย่างที่บอกโดยเฉพาะในเดือนมีนาคม มันอาจจะทำให้อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในเดือนนั้นๆ มีความวุ่นวายมากขึ้นด้วย ผลจากการเลือกผมเชื่อว่าน่าจะมีการนับคะแนนใหม่ ถือว่าเป็นปีที่สูสี และจะมีการทิ้งห่างกันแบบไม่แตกต่างกันมาก และมีทีท่าว่าจะมีความวุ่นวายอาจจะต้องนับคะแนนใหม่ พูดง่ายๆ มันจะเป็นปีที่สูสีที่สุดตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ มาเลยทีเดียว” หมอดูไฮโซกล่าวในที่สุด

เคล็ดไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย

นอกจากในหลักของจีนจะไหว้เทพเจ้าแก้ชงแล้ว ยังมีเทพอีกหนึ่งองค์เป็นเทพที่หมายถึงความมั่นคงมั่งคั่ง โชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อว่า “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” ปีหนึ่งจะมาแค่ครั้งเดียว โดยจะเริ่มไหว้ในช่วงเวลาเข้าสู่วันใหม่ในปีนี้ตรงกับวันที่ 10 ซึ่งปฏิทินการเปลี่ยนวันของจีนเปลี่ยนตอน 5 ทุ่ม ฉะนั้นการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะเริ่มนิยมไหว้ชั่วยามแรกคือ 5 ทุ่ม ถึงตีหนึ่ง (เวลาที่ดีที่สุด 00.50 – 01.00 น.) เคล็ดในการไหว้ใครอยากจะมีโชคร่ำรวยให้หันหน้าคนไหว้ไปในทางทิศตะวันตก

สำหรับของไหว้แนะนำว่าต้องไม่ใช่ของคาวเป็นพอ ผลไม้ เช่น ส้ม อาหารเจ บัวลอย สาคูต้มแดง ฟองเต้าหู้ เห็ดหูหนู แต่ควรจะมีสีสันที่สดใส หันหน้าไปทางทิศตะวันตกแล้วก็จุดธูปไหว้ เวลาไหว้ก็เอาของที่เกี่ยวกับเรื่องเงินมาวางไว้ที่โต๊ะด้วย เช่น กระเป๋าเงิน ที่เก็บเงิน สมุดบัญชี (ห้ามเอาของมีคม) เพื่อให้เทพเจ้าประทานพรให้กับเรา.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

About these ads